วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

คำถามที่รอคำตอบ ในคำถามที่ไม่ควรถาม

ผมได้บริจาคเงินให้แก่องค์กรการกุศลต่างๆ หลายองค์กร
และไม่เคยมีผู้รับบริจาครายใดถามผมเลยว่า เงินจำนวนนั้นได้มาจากไหน?
สำหรับองค์กร ซึ่งเป็นผู้รับบริจาคแล้วนั้น
ไม่มีความเป็นไปได้เลย ที่จะไปตรวจสอบว่า เงินที่ได้รับมานั้น มาจากไหน?
ทางองค์กร สามารถทำได้เพียงรับไว้ หรือไม่ก็ปฏิเสธ และสิ่งเหล่านี้ก็เป็นสากลในทุกแห่งทั่วโลก
จะให้ถามทุกๆ คน ที่บริจาคเลยหรือว่า เงินบริจาคนั้น มาจากไหน?
คุณเป็นโจรหรือเปล่า? หรือเงินมาจากการค้ายาเสพติด? หรือว่าอย่างไร?

วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Buddhisten demonstrieren weltweit gegen geplante Inhaftierung Ihres Oberhauptes ชาวพุทธทั่วโลกรวมตัวคัดค้านการออกหมายจับท่านเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

Buddhisten demonstrieren weltweit gegen geplante Inhaftierung Ihres Oberhauptes
      Buddhisten sind friedliebende Menschen. Wenn es aber um Ungerechtigkeit geht, werden selbst die friedvollen Buddhisten aktiv. Seit zehn Jahren wird gegen den obersten Abt der Dhammakaya Gemeinde, Luang Phor Dhammachiyo ermittelt. Vielfältig sind die Vorwürfe gegen die buddhistische Einrichtung. Bisher ist der Abt selbstverständlich immer vor Gericht erschienen, jedoch ist es Ihm seit kurzem – aus gesundheitlichen Gründen – nicht mehr möglich zu den Gerichtsterminen vor Ort zu erscheinen.
      Daraufhin hat das DSI - Department of Special Investigations – jetzt die Zwangsinhaftierung beantragt. Obwohl es kein vollstreckbares Urteil gibt und drei unabhängige Ärzte den sehr schlechten Gesundheitszustand diagnostiziert und offiziell bestätigt haben. Man könnte hier von Willkür sprechen. Es könnte auch sein, dass hier ganz andere Ziele im Fokus stehen!
      Um die drohende Inhaftierung von Luang Phor Dhammachiyo abzuwenden haben sich jetzt die Dhammakaya Zentren aus 72 Städten zusammengeschlossen und an Amnesty International gewandt. Beinahe zeitgleich ging auch ein Schreiben an den - High Commissioner der United Nations for Human Rights in Thailand.
      Um dem ganzen noch mehr Nachdruck zu verleihen demonstrierten in 72 Städten mit Dhammakaya Zentren die Buddhisten gegen die Vorgehensweise der staatlichen Behörde.
Die Fotos zeigen Städte wie, Stockholm, Los Angeles, Bangkok und Königsbrunn. Denn hier steht der zweitgrößte Wat Europas. Die Aktion wurde Live im Fernsehen in Thailand übertragen. Bald wird sich zeigen, ob der 78-jährige trotz UN, Amnesty International und Demos ohne Urteil in Haft muss.
ชาวพุทธทั่วโลกรวมตัวคัดค้านการออกหมายจับท่านเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย
ชาวพุทธเป็นผู้รักความสงบ และรักสันติสุขแต่เมื่อใดที่เขาเผชิญความอยุติธรรม พวกเขาจะไม่นิ่งดูดาย
         ในกรณีหลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ถูกหมายจับจาก DSI ถึงแม้ว่ายังไม่มีการสรุปคดีใดๆ และบัดนี้ท่านอาพาธ ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ได้ยื่นใบรับรองแพทย์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อแสดงว่า ไม่สามารถเดินทางไปให้ปากคำกับ DSI ได้
แม้กระนั้นก็ตาม DSI ก็ยังขอหมายจับจากศาล
      การกระทำของ DSI ขัดกับหลักสิทธิมนุษยชนอย่างมาก ทำให้ศิษย์วัดพระธรรมกายและคนทั่วโลกเกิดคำถามและความสงสัยขึ้นว่า
"เหตุใด DSI จึงทำเช่นนั้น หรือคดีนี้มีความไม่ชอบมาพากลอยู่เบื่องหลัง"
คณะศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลกจึงยื่นหนังสือไปยัง Amnesty International และ UN เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้แก่หลวงพ่อธัมมชโย
    ชาวพุทธทั่วโลกออกมาแสดงความไม่พอใจต่อการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ
และการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถ่ายทอดสดไปยังประเทศไทย
     สุดท้ายต้องรอดูว่าการเคลื่อนไหวจะมีผลต่อหมายจับในคดีที่ยังไม่ถูกสรุปนี้หรือไม่ โปรดติดตาม...
สำนักข่าวเมือง Königsbrunn ประเทศเยอรมนี
ลงวันที่ 17 พ.ค. 2559
Cr.https://www.facebook.com/koenigsbrunn/photos/pcb.1030648096973094/1030647770306460/?type=3&theater

วันพุธที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

🌐เคลียร์ชัด..!! หลักฐานเส้นทางการเงินแบบจะๆของวัดที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน !!!

🌐เคลียร์ชัด..!! หลักฐานเส้นทางการเงินแบบจะๆของวัดที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน !!!

🌐มาดูกันว่า..จะฟอกเงิน-รับของโจรหรือโดนรังแกหรือไม่?

🌐DSI ยุติธรรมจริงหรือ?

🌐ดูก่อนโดนลบ..คลิกเลย คลิปสั้นๆ 5 นาที

           นี่คือเส้นทาง ทางการเงินที่เนื่องด้วยเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นที่ พระเทพญาณมหามุนีได้รับบริจาค ผมขออนุญาตเอาเช็คจำนวนเงินออกมาให้เห็นเลยนะครับ เช็คนั้นตอนนั้นพระเดชพระคุณหลวงพ่อมีสมณะศักดิ์ที่ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ เช็คที่รับมาตามรายละเอียดการสืบสวนสอบสวนนั้น มี 11 ใบ แต่ไม่ได้รับเช็ค 1 ใบ
         ดังนั้นตามปรากฏและมีการสืบสวนสอบสวนผ่านไปแล้วนั้นก็คือ 10 ใบ ซึ่งเป็นเงินรวม 387 กว่าล้านบาท ผมได้ทำเส้นทางแห่งการเมืองให้เห็นเลยนะครับ 4ใบแรก และ3ใบต่อมา รวมแล้วเป็น 7 ใบ คณะกรรมการการเงินนะครับ เมื่อมีการถวายแบบเปิดเผยต่อหน้าสาธารณะโดยสุจริตต่อพระเดชพระคุณ           หลวงพ่อธัมมชโย แล้ว คณะกรรมการการเงินได้นำเอาเช็คไปเข้าสู่กระบวนการโดยเข้าบัญชีของพระราชภาวนาวิสิทธิ์ 7ใบแรกได้เข้าบัญชีนี้ จากนั้นยอดเงินทั้งหมดนี้ได้โอนเข้าสู่มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูงทั้งหมด ไม่มีการเบิกด้วยเงินสดแม้แต่บาทเดียว ส่วนอีก3ใบนี้เข้าตรงมาที่มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง อันนี้เป็นกระบวนการของคณะกรรมการการเงินเสร็จสิ้นแล้ว                     
         พอพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโยท่านโอนเข้าสู่มูลนิธิแล้ว ถือว่าเป็นสาธารณะแล้ว นี้เป็นสาธารณะประโยชน์ส่วนกลางแล้ว รวมแล้วไม่ใช่เงินส่วนตัวแล้วนะครับ เงินทั้งหมดทั้งก้อนนี้ 387กว่าล้าน ก็นำไปจ่ายค่าก่อสร้าง ในยุคนั้นมีการก่อสร้างอาคารร้อยปีคุณยายมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง  ซึ่งก็ทำโดยเจตนารมณ์ของผู้บริจาค ก็นำเอาเงินไปสร้าง ท่านดูบรรทัดสุดท้ายก็ได้ครับ ในรอบการจ่ายค่ารับเหมาก่อสร้าง ค่างานระบบ ค่าเหล็กเส้น รวมทั้งหมดเป็นเงิน 1,200 กว่าล้านบาท นี้คือการใช้จ่าย
           บางท่านอาจจะบอกว่า ทำไมรับมาแค่ 387 กว่าล้านบาท ก็มีผู้บริจาครายอื่นๆด้วยครับ ไม่ใช้แค่เฉพาะคุณศุภชัยนะครับ ตรงนี้ผมขออนุญาตนำมาให้ทุกคนได้รับทราบว่าการตั้งข้อหารับของโจรนั้น คณะศิษยานุศิษย์ต่างรู้สึกไม่เป็นธรรม ท่านรับโดยสุจริต รับโดยเปิดเผย รับต่อหน้าสาธารณะชน ด้วยศีลธรรมจรรยา ที่ประพฤติปฏิบัติมาแต่โบราณกาล ที่พระภิกษุจะเป็นผู้รับถวาย ของทายกทายิกาได้น้อมมาถวาย และคงเป็นการเสียมารยาทถ้าจะถามว่า เงินนี้ได้มาจากไหน 
           ลองคิดถึงตัวท่าน ท่านนำปัจจัยใส่ซอง ท่านนำเงินไปทำบุญที่วัด ก่อนจะทำพระท่านถาม ความปลื้มใจก็ไม่เกิดแล้ว ในขณะเดียวกันนะครับ ท่านสื่อมวลชนทุกท่าน พระเดชพระคุณหลวงพ่อไม่เคยเห็นเช็ค ไม่เคยทราบจำนวนตัวเลข มาทราบเอาภายหลังเมื่อมีเรื่องมีราว มีคดีความกัน และไม่เคยมีการเบิกเงินสดออกจากบัญชีท่านแม้แต่บาทเดียว สามารถตรวจสอบเส้นทางทางการเงินได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และเคยมีหน่วยงานและองค์กรที่เกี่ยวข้อง มาสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ แล้วเป็นธรรมไหมครับ ที่ DSI ตั้งข้อกล่าวหาท่านว่า รับของโจร เป็นการกลั่นแกล้วกันหรือไม่ครับ
󾭣https://youtu.be/Af54escXG9c

ถามตรงๆ กับจอมขวัญ : หมายจับ "พระธัมมชโย" | 18-05-59

ถามตรงๆ กับจอมขวัญ : หมายจับ "พระธัมมชโย" | 18-05-59

จากที่ฟังรายการถามตรงๆกับจอมขวัญ ช่องไทยรัฐทีวี
ในช่วงที่จอมขวัญโฟนอินกับรอง DSI พอที่จะจับประเด็นการสนทนา ได้แบบนี้นะครับ
จอมขวัญ :
สมมติว่าหลวงพ่อไม่เดินทางไปจะทำยังไงต่อ
DSI :
เราไม่ได้คิดเผื่อไว้ รอถึงวันที่ 26 จะประชุมอีกที
จอมขวัญ : ถ้าผู้ที่ถูกกว่าหาไม่สามารถเดินทางมาพบเจ้าพนักงานได้จริงๆ มีตัวเลือกอื่นไหม ?
DSI :
เมื่อหมายจับออกมาแล้วต้องจับกุมตัว ทางDSI ได้ดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่าง เป็นไปด้วยความอะลุ่มอะหล่วยกัน
จอมขวัญ :
ทางลูกศิษย์อยากจะให้คณะแพทย์หรือบุคคลที่ 3 เข้ามาพิสูจน์ ว่าไม่สามารถเดินทางไปได้จริงๆ ตรงนี้จะมีขั้นตอนก่อนจะถึงวันที่ 26 ได้ไหม
DSI :
ตอนนี้เลยขั้นตอนนั้นมาแล้ว ในขั้นตอนนั้นเป็นขั้นตอนก่อนขออนุมัติออกหมายจับ
จอมขวัญ :
งั้นขอถามย้อนกลับไป ว่าก่อนออกหมายจับ ทำไมถึงไม่มีทีมแพทย์หรือบุคคลที่3 ไปพิสูจน์ว่าท่านป่วยมาไม่ได้จริงๆตามที่เขาอ้างไว้
DSI :
เอ่อ..........อันนี้ผมขออนุญาตไม่ตอบ อย่างที่ว่ามันเลยขั้นตอนมาแล้ว
ผม: (ทำไมถึงเลยขั้นตอนทั้งที่ไม่ได้ทำ นี่เป็นสิ่งที่DSIต้องออกมาตอบสังคม)
จึงขอตั้งข้อสงสัยนะครับ
- DSI บอกว่าทำตามขั้นตอนทุกอย่าง(อย่างอะลุ่มอ่ะหล่วย)
ตามที่พูดจริงหรือไม่?
-DSI ทำงานลัดขั้นตอนหรือไม่?
-ทำไม?ถึงเร่งรัดที่จะออกหมายจับ
-หาก DSI ไม่เชื่อว่าท่านป่วยจริงทำไมไม่ส่งแพทย์มาตรวจ ทำไมถึงไปขอหมายจับเลย(ขั้นตอนตรงนี้หายไปไหน)
- DSIก็มาบอกว่าเลยขั้นตอนนั้นมาแล้ว......
มันจะเลยขั้นตอนได้อย่างไรในเมื่อคุณยังไม่ส่งแพทย์ไปตรวจหลวงพ่อ อย่างนี้จะให้สังคมคิดอย่างไร
- ถ้าไปแล้วเป็นอันตรายต่อชีวิตใครจะรับผิดชอบ?
.........เด็กวัดคนหนึ่ง...........
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=10201727788991776&set=a.2295475441655.65011.1692178767&type=3&theater



https://www.youtube.com/watch?v=tLIjZzP_bx8

กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ : ไม่เข้าข่ายฟอกเงิน-รับของโจร! หยุดใส่ร้ายได้แล้ว!


มองยังไงก็ไม่เข้าข่ายฟอกเงิน-รับของโจร!


กรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ โดยนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ที่มีความพยายามจากบางฝ่ายในการเชื่อมโยงมาถึงเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนั้น อันที่จริงไม่มีอะไรซับซ้อน เพราะหากอธิบายตามหลักกฎหมายบ้านๆ จะได้ว่า

1. นายศุภชัย คือนักธุรกิจคนหนึ่งที่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ และเลื่อมใสในศาสนาพุทธ รวมถึงวัดพระธรรมกาย ครั้งจะบอกว่าเป็นศิษย์เอกหรือเจ้าภาพใหญ่สุดของวัด ก็คงตอบเลยว่าไม่ใช่แน่ๆ ฉะนั้น จงหยุดความคิดว่า ทางวัดจะบงการให้นายศุภชัยไปทำเรื่องผิดกฎหมายอย่างที่คนบางกลุ่มกำลังสร้างวาทกรรม

2. ที่ผ่านมานายศุภชัย บริจาคองค์กรการกุศลต่างๆในประเทศไทยมากมาย รวมถึงบุคคลสำคัญระดับสูง ถ้าวัดพระธรรมกายถูกเอาผิดเพราะรับเงินจากนายศุภชัย ผู้ที่รับบริจาครายอื่นๆ ก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่

3. และหากพิจาณาตามหลักการฟอกเงิน-รับของโจรแบบบ้านๆ จะได้ว่า

         3.1 เจ้าอาวาสฯรับบริจาคโดยเปิดเผย ซึ่งท่านยืนยันมาตลอดว่า ไม่ทราบที่มาของเงินฉะนั้น เมื่อสืบเจตนาแล้ว ตามหลัก คือ ไม่ผิด” ..จบ1! (แต่ถ้าผู้กล่าวหาจะเอาผิดให้ได้ จะต้องหาพยานหลักฐานมายืนยันให้แน่นหนา)

         3.2 นายศุภชัย กล่าวว่า เงินที่นำมาบริจาคให้กับวัดพระธรรมกาย เป็น เงินยืมจากสหกรณ์” และได้ คืน” สหกรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำถูกต้องตามหลักบัญชี” ดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ2!

          3.3 หลักกฎหมายฟอกเงิน-รับของโจรอีกอย่าง ระบุว่า ถ้า มีมูลหนี้ต่อกัน” ก็จะไม่เข้าข่าย แปลง่ายๆคือ มีธุรกรรม/ธุรกิจ/เป็นเจ้าหนี้-ลูกหนี้ ก็ไม่ใช่การรับของโจร-ฟอกเงิน เช่น นายศุภชัย เป็นหนี้นายโชค แล้วจ่ายเช็คให้นายโชค ตรงนี้นายโชคไม่ผิด.. เช่นกัน กรณีวัดพระธรรมกาย นายศุภชัย ประกาศเป็นเจ้าภาพอย่างเป็นทางการว่า จะรับเป็นเจ้าภาพสร้างศาสนาสถาน ซึ่งเป็นการบริจาคโดยมีวัตถุประสงค์และการรับบริจาค เป็นนิติกรรมสัญญาซึ่งมี มูลหนี้ที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย” ดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ3!

          3.4 ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายมิได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของสมาชิกสหกรณ์ฯ ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วเรื่องราวภายในสหกรณ์มิได้เกี่ยวข้องกับทางวัด สหกรณ์ไม่ได้ล่มเพราะนายศุภชัยขนเงินบริจาควัด เนื่องจากบริจาคเพียงหลักร้อยล้าน แต่ที่ประเมินความเสียหายคือหมื่นล้าน แต่ด้วยความใจบุญของคณะลูกศิษย์วัด จึงระดมเงินกันช่วยเหลือเยียวยาสหกรณ์ฯ กว่า 600 ล้าน ซึ่งทางสหกรณ์ทำหนังสือขอบคุณและตกลงกันในชั้นศาลแล้วว่า ไม่มีเหตุต้องดำเนินคดีกับทางวัดและเจ้าอาวาส จึงถอนฟ้อง” รวมทั้ง ทางสหกรณ์ยังส่งหนังสือไปยัง ดีเอสไอ และ ปปง.ถึงความไม่ประสงค์จะดำเนินคดีอีกต่อไป ดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ4!

            3.5 ก่อนหน้านี้ ทีมกฎหมายวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่า ดีเอสไอ ไม่มีอำนาจหน้าที่มาตั้งข้อหารับของโจรหรือฟอกเงิน กับบุคคลที่นอกเหนือการระบุชื่อจากพนักงานอัยการ.. ดังนั้น เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ผิด..จบ5!


Cr. https://www.facebook.com/DawKhongGoo/



เหตุผลที่หลวงพ่อธัมมชโยไม่ได้รับความเป็นธรรม

เหตุผลที่หลวงพ่อธัมมชโยไม่ได้รับความเป็นธรรม

พระเทพญาณมหามุนีอุปสมบทมา ๔๗ พรรษา ทำความดีมาทั้งชีวิต ปัจจุบันอายุ ๗๒ ปีแล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยแข็งแรง อยู่ในช่วงปลายของชีวิต แต่ท่านกลับถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร ซึ่งไม่เป็นธรรมกับท่านอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลดังนี้

       ๑. เรื่องเกิดขึ้นเพราะนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้ตกเป็นผู้ต้องหาฐานลักทรัพย์นายจ้าง โดยได้จ่ายเช็คสหกรณ์ฯออกไปยังบุคคลและองค์กรต่างๆ จำนวน ๘๗๘ ฉบับ ซึ่งมีเช็คจำนวน ๑๐ ฉบับ ที่นายศุภชัยได้นำมาทำบุญบริจาคให้พระเทพญาณมหามุนี ซึ่งพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้เคยมาสอบปากคำเรื่องดังกล่าวกับพระเทพญาณมหามุนีแล้ว และได้ส่งสำนวนการสอบสวนทั้งหมดไปยังอัยการ ซึ่งทางอัยการได้พิจารณาแล้วไม่สั่งฟ้องพระเทพญาณมหามุนี
แต่อยู่ๆ กลับมีการตั้งคดีใหม่ขึ้นมาในเรื่องเดิมที่ได้สอบสวนไปแล้ว และตั้งข้อหาใหม่กับพระเทพญาณมหามุนีว่าสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร เป็นการดำเนินคดีซ้ำซ้อน ขัดกับหลักกฎหมายที่ว่า “กรรมเดียวจะดำเนินคดีซ้ำซ้อนไม่ได้”

       ๒. ความผิดข้อหารับของโจรและฟอกเงินนั้น จะเกิดขึ้นได้เมื่อพระเทพญาณมหามุนีมีเจตนาทุจริตสมคบคิดร่วมมือกับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร นำเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ออกมาเพื่อประโยชน์ของตนในทางทุจริต

แต่พฤติการณ์ที่เกิดขึ้นจริงแย้งกับข้อสมมติฐานนี้โดยสิ้นเชิง เพราะพระเทพญาณมหามุนีรับบริจาคโดยเปิดเผยท่ามกลางประชาชนจำนวนเรือนหมื่นเรือนแสน ตัวท่านเองก็ไม่เคยเห็นเช็คเลย เจ้าหน้าที่การเงินเป็นผู้รวบรวมเงินสดและเช็คที่มีผู้บริจาคไปเข้าธนาคาร และจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างศาสนสถานรวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของวัดตามเจตนาของผู้บริจาค ดังที่ได้เคยให้การไว้กับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว

         ๓. หากพระเทพญาณมหามุนีมีเจตนาทุจริตสมคบร่วมมือกับนายศุภชัยฯนำเงินออกมาจากสหกรณ์ฯแล้ว ก็ย่อมจะต้องพยายามปิดบังซ่อนเร้นการกระทำผิดนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะร่วมมือกันกระทำความผิดโดยสั่งจ่ายเช็คของสหกรณ์ฯในชื่อของพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกายตามที่ปรากฏ เพราะหากมีการทุจริตนำเงินออกมาจากสหกรณ์ฯจำนวนมาก สุดท้ายสหกรณ์ก็จะต้องประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินอย่างรุนแรง อีกทั้งการสั่งจ่ายเงินด้วยเช็คของสหกรณ์ฯ ก็จะต้องมีปัญหาแน่นอน และสามารถตรวจสอบเส้นทางของเงินได้ทั้งหมด ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่ผู้มีเจตนากระทำความผิดร่วมกันฟอกเงินหรือรับของโจรจะกระทำการจ่ายและรับเงินด้วยเช็คเช่นนั้น



        ๔. ยิ่งกว่านั้น ท่านไม่เคยเบิกเงินสดออกจากบัญชีของท่านเลยแม้แต่บาทเดียว เงินที่นายศุภชัยฯบริจาคด้วยเช็คสหกรณ์ฯ ได้โอนผ่านบัญชีไปจ่ายบริษัทก่อสร้าง ใช้ในการก่อสร้างศาสนสถานตามเจตนาของผู้บริจาคหมดแล้ว ไม่ได้ใช้ไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของท่านเลย ซึ่งมีเส้นทางการเงินที่ตรวจสอบได้ชัดเจนจากผลการตรวจสอบของสำนักงาน ป.ป.ง. และได้มอบหลักฐานให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว



        ๕. มีคำถามว่านายศุภชัยฯบริจาคเงินมากอย่างนี้ พระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกายไม่สงสัยหรือว่านายศุภชัยนำเงินบริจาคมาจากที่ใด ความเป็นจริงคือนายศุภชัยฯได้บริจาคเงินให้กับวัด โรงเรียน มหาวิทยาลัย หน่วยงานสาธารณกุศล และหน่วยงานของรัฐหลายแห่ง ทั้งนายศุภชัยฯไม่ใช่ผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของวัดพระธรรมกาย เมื่อนายศุภชัยฯแจ้งว่าประกอบธุรกิจประสบความสำเร็จจึงนำเงินมาทำบุญ ทางวัดพระธรรมกายจึงไม่ได้สงสัยที่มาของเงินบริจาค จึงรับบริจาคไว้เช่นเดียวกับผู้บริจาครายอื่นๆ แต่เมื่อเกิดเป็นคดีความขึ้น นายศุภชัยฯได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า เงินที่นำมาบริจาคทำบุญให้กับวัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนีนั้นยืมมาจากสหกรณ์ฯและได้ใช้เงินคืนสหกรณ์ฯครบถ้วนแล้ว

       ๖. เมื่อเกิดคดีความขึ้น ทางคณะศิษยานุศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนี เห็นว่าหากปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อไปจนกว่าจะจบการพิจารณาของศาลจะใช้เวลานาน ทำให้สมาชิกผู้ฝากเงินสหกรณ์ฯจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน วัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนีเสียชื่อเสียง จึงได้ตั้งกองทุนเยียวยาช่วยเหลือให้แก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เต็มจำนวนเงินทั้งหมดที่นายศุภชัยฯได้บริจาคให้แก่วัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนี โดยทำเป็นข้อตกลงในศาลจำนวนเงิน ๖๘๔.๗๘ ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์ฯได้รับเงินไปทั้งหมดแล้ว ส่วนเงินที่เหลืออีกจำนวน ๓๗๐.๗๘ ล้านบาท คณะศิษยานุศิษย์ฯได้ตกลงกับสหกรณ์ฯและมอบเช็คให้แก่สหกรณ์ฯได้รับไปเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนั้นสหกรณ์ฯได้ถอนฟ้องพระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกาย และทำหนังสือแสดงเจตจำนงไม่ประสงค์จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญาแก่พระเทพญาณมหามุนีและวัดพระธรรมกายอีก รวมทั้งได้ทำหนังสือขอบคุณมายังคณะศิษยานุศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนีที่มีน้ำใจเยียวยาช่วยเหลือสหกรณ์ฯเต็มจำนวน

ดังนั้น สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จึงไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ทางด้านการเงินจากเงินที่นายศุภชัยฯนำมาบริจาคให้แก่วัดพระธรรมกายและพระเทพญาณมหามุนี
ผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดี ซ้ำยังมีหนังสือขอบคุณ แต่ทางดีเอสไอกลับพยายามตั้งข้อหาจะเอาความผิดกับท่าน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

        ๗. เมื่อทางดีเอสไอได้ออกหมายเรียกให้พระเทพญาณมหามุนีไปพบพนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๙
        ทนายความผู้รับมอบอำนาจของพระเทพญาณมหามุนี ได้ยื่นหนังสือขอเลื่อนการมาพบพนักงานสอบสวน ด้วยเหตุอาพาธโดยมีใบรับรองแพทย์เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น. หลังจากพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้ว ได้แจ้งกับทนายเมื่อเวลา ๑๑.๓๐ น. ว่าอนุญาตให้เลื่อนได้ ตกลงกันเป็นวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๙ ทนายความจึงเดินทางกลับ แต่ราว ๑๓.๓๐ น. ทางพนักงานสอบสวนกลับโทรศัพท์แจ้งมาใหม่ว่า ไม่อนุญาตให้เลื่อนและขอออกหมายจับ โดยไม่มีการให้แพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจหรือหน่วยงานกลางอื่นใด มาตรวจอาการของพระเทพญาณมหามุนีเลยว่าป่วยจริงหรือไม่

       ถามว่า ดีเอสไอรู้ได้อย่างไรว่าหลวงพ่ออาพาธจริงหรือไม่ ดีเอสไออ้างว่าเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ท่านยังร่วมพิธีได้ แต่ในใบรับรองแพทย์ก็ระบุชัดว่าท่านมีอาการป่วยเฉียบพลัน เหตุผลของดีเอสไอฟังไม่ขึ้นเลย สุดท้ายศาลก็สั่งไม่อนุญาตออกหมายจับ

       ทำไมดีเอสไอจึงเข้มงวดกับพระผู้ใหญ่ที่ทำความดีตลอดชีวิตอย่างนี้ ท่านอาพาธอยู่ที่วัดตลอดทั้งปีไม่เคยออกจากวัดเลยแม้แต่ก้าวเดียว มาพบท่านที่วัดได้ทุกเมื่อ ทำไมต้องออกหมายจับ ท่านป่วยเป็นเส้นเลือดดำใหญ่ที่ขาซ้ายอุดตัน ขาข้างซ้ายใหญ่กว่าขาข้างขวา ๒ เท่าตัว เป็นเบาหวานมีแผลเรื้อรัง และเป็นโรคภูมิแพ้รุนแรง ดีเอสไอก็เคยเห็นกับตาตัวเอง เมื่อมาพบท่านที่วัดคราวก่อนแล้ว ทำไมจึงมาพบท่านที่วัดไม่ได

       ทำไมพนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงเปลี่ยนคำพูด ? ตอนแรกบอกว่าให้เลื่อน แล้วกลับเปลี่ยนเป็นไม่ให้เลื่อนแต่ขอออกหมายจับ
ศิษยานุศิษย์ของพระเทพญาณมหามุนีหลายล้านคนทั่วโลกสะเทือนใจมาก


https://www.facebook.com/dmc072/photos/a.10150601168818381.391632.347037738380/10153898977303381/?type=3&theater

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

🌏ออกหมายจับพระผู้ไม่ต่อสู้ 🌍รัฐสร้างความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น..ลุแก่อำนาจหรือไม่?? Issued an arrest warrant for him not to fight. State created controversy unnecessarily. Abuse or not ?

🌏ออกหมายจับพระผู้ไม่ต่อสู้
🌍รัฐสร้างความขัดแย้งโดยไม่จำเป็น..ลุแก่อำนาจหรือไม่??
Issued an arrest warrant for him not to fight. State created controversy unnecessarily. Abuse or not ?

🌐การที่ DSI ขอให้ศาลยุติธรรมออกหมายจับ พระเทพญาณมหามุนี ( หลวงพ่อธัมมชโย ) แห่งวัดพระธรรมกาย กรณีขอผัดผ่อนเลื่อนมาให้การในคดีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐาน ด้วยเหตุผลที่ท่านอาพาธ และมีคำรับรองของแพทย์ว่า อาพาธจริง
The DSI asked the Court of Justice issued an arrest warrant. Phrathcpyanmahamuni (Most Venerable Dhammajayo) of Phra Dhammakaya temple. In case deferred.Scroll to the case is under review by the cvidcncc.A reason for electing And a testimonials that doctors actually ill..


🌐การออกหมายจับในครั้งนี้ ภาครัฐกำลังก้าวพลาดครั้งสำคัญ เพราะเป็นการออกหมายจับ ผู้ที่ศาลฯยังมิได้พิพากษาว่าเป็นจำเลย นั่นประการแรก
"Government is going to miss significant time. Because the arrest warrant The court has not yet ruled that a defendant. That first."


🌐ประการที่สอง ผู้ถูกกล่าวหา มีเหตุผลอันควร ที่เจ็บป่วยจริง ๆ มิได้เสแสร้ง และมีแพทย์ผู้มีใบประกอบโรคศิลป์ให้คำรับรองว่าท่านอาพาธจริง
Secondly -Accused Have reason to The illness is really a sham and a physician medical license to ensure that you actually ill. 

🌐การไม่เชื่อถือแพทย์ อาจเป็นเหตุผลรองลงไปจากการที่ DSI ที่เป็นตัวแทนภาครัฐ มีธงในใจที่จะต้องการเร่งรัด อะไรบางอย่างหรือไม่ ??? นี่คือเป็นการพลาดประการที่สอง
-Not trust the doctor The reason may be inferior to the DSI representative government. Flags have in mind to want to accelerate. Something or not ??? 'I'his is the second miss.

🌐ประการที่สาม ภาครัฐ ใช้ DSI เป็นหนังหน้าไฟ กระทำการสร้างความขัดแย้งครั้งสำคัญ ประกาศศึกกับฝ่ายศาสนจักร
Third, the government DSI is committed scapegoat. Create major conflict Declared war against the Church. 

🌐อย่าลืมว่า พระธัมมชโย ยังมิได้มีฐานะเป็นจำเลย ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการไต่สวน
🌐ดังนั้น การไม่ยอมผ่อนปรน โดยอาจเร่งรัดเพื่อหวังผลในใจอย่างไรหรือไม่ ?????
Do not forget that the Most Venerable Dhammajayo not as a defendant. Everything is still in the process of inquiry. - not so intolerant The precipitation may aspire to the heart, or not ?????

🌐ประการใดก็ตาม นับเป็นการ “สร้างความขัดแย้ง“โดยไม่จำเป็น และเป็นการขัดแย้งครั้งสำคัญ ที่ละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกของชาวพุทธโดยรวม หากไม่นับขั้วการเมือง
-In any given marks "created controversy" unnecessary. And a major conflict Sensitive to the feelings of Buddhists in general. Excluding political polarization.

🌐การก้าวพลาด เพียงเพราะลุแก่อำนาจในครั้งนี้ของภาครัฐ ยังจะนับได้อยู่หรือไม่ว่า..กระบวนการสร้างความปรองดองที่มีมาตั้งแต่ต้น ความตั้งใจที่จะกระทำให้บ้านเมืองสงบสุข ตามที่รัฐบาล โดยการนำของ คสช. ป่าวประกาศต่อประชาชน ต่อสังคมโลก จะเป็นจริงหรือไม่ ???????
-Pace miss just because of abuse in this sector. Will also count on that.. A reconciliation process from the beginning. The intention is to make the country peaceful.

🌐ขอศาลฯที่เคารพ ได้โปรด ตรองดูด้วยหัวใจที่เป็นธรรม ดิฉัน กราบขอความเมตตาแทน ศาสนจักรโดยรวม โดยเล็งเห็นถึงความสงบสุขของประเทศชาติ เล็งเห็นถึงสิ่งที่จะสูญเสียโดยไม่อาจเรียกคืน นั่นคือ การสูญเสียศรัทธา ที่ประชาชนจะมีต่อภาครัฐ ต่ออาณาจักรของตน อย่างไม่อาจจะเรียกคืนได้อีกต่อไป !!!!!!!
The government, led by the Commission. Heralding to the world the people are real or not ? Ask the Court to respcct Citroen please see the heart that is fair, I respectfully ask for mercy instead. Overall Church By seeing the peace of the nation. Foresaw what would be lost by not restoring that lost faith. The public will have a government. To his empire It may not be restored anymore !!!
🌐ศศินภา นิติธรรมปพน
อดีตคณะกรรมการปฏิรูปแนวทาง
และมาตรการปกป้องพิทักษ์
กิจการพระพุทธศาสนา
สภาปฏิรูปแห่งชาติ
Written by Napa’s John Sasi, Rule of law.
Former Reform Committee guidelines
Safeguards and Protection
Religious affairs, National Council reform